บทที่ 9 บทที่ 9 นางกำนัลห้องเครื่อง
ฟางเพ่ยเพ่ยเดินตามหลัวเฉิงเยียนเข้ามาในวังหลวง ดวงตาคู่งามกวาดมองไปโดยรอบวังหลวงด้วยความรู้สึกที่เกินจะบรรยาย
ที่นี่คือแดนสวรรค์หรืออย่างไรกัน ช่างงดงามวิจิตรยิ่งนัก!
ยิ่งมองนางก็ยิ่งรู้สึกว่าวังหลวงช่างงดงามใหญ่โตไม่น้อย ต่างจากวังหลวงที่นางคิดเอาไว้ยิ่งนัก เดิมทีคิดว่าคงจะมีเพียงตำหนักใหญ่ของฝ่าบาท และตำหนักของนางสนมทั้งหลายเพียงเท่านั้นที่งดงามราวแดนสวรรค์ นางไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าทั่วทั้งวังหลวงจะงดงามเช่นเดียวกันหมด แม้กระทั่งทางเดินยังถูกจัดแต่งอย่างงดงามและประณีต อีกทั้งยังปลูกต้นบุปผานานาพรรณเรียงรายตลอดทางเดินอีกด้วย
ยามนี้ภายในวังหลวง ต้นดอกเหมยที่เรียงรายเป็นทางยาว กำลังผลิดอกหลากสีแย้มบานต้อนรับเหมันต์ฤดู ช่างเป็นภาพที่งดงามไม่น้อย
"แม่นาง เจ้าจะมาที่วังหลวงด้วยเหตุใด?"
"ข้าอยากจะเข้ามาสมัครคัดเลือกเป็นนางกำนัลเจ้าค่ะ"
"เช่นนั้นหรือ?"
"เจ้าค่ะ เอ่อ ข้าอยากนำแหวนหยกวงนี้มาคืนท่านขันทีหยางเจี๋ยด้วยเจ้าค่ะ"
หลัวเฉิงเยียนจ้องมองฟางเพ่ยเพ่ยด้วยแววตาที่ล้ำลึกคราหนึ่ง ในใจรู้สึกผิดต่อนางไม่น้อย ที่วันนั้นเขามองนางผิดไป แท้จริงแล้วสตรีน้อยนางนี้ก็มีความซื่อสัตย์เป็นอย่างยิ่ง
"เช่นนั้นเจ้ารอข้าอยู่ที่นี่ก่อน อย่าออกไปเดินเล่นตามใจชอบเล่า อีกเดี๋ยวข้าจะกลับมาหาเจ้า"
"เจ้าค่ะ"
หลัวเฉิงเยียนให้นางยืนรอเขาอยู่ที่ศาลาริมสระบัว ไม่ไกลจากตำหนักมังกรสวรรค์เท่าใดนัก ก่อนจะรีบเร่งไปแจ้งต่อฝ่าบาททันที
ยามนี้เจิ้งหยางเจี๋ยกำลังนั่งอ่านรายชื่อของเหล่าทหารองครักษ์ที่กำลังจะเข้ามาประจำการในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าด้วยแววตาที่เรียบเฉย
แม้จะต้องการกำจัดเส้นสายที่โสมมออกไปมากเพียงใด ท้ายที่สุดก็ยังคงรอดพ้นสายตาของเขาไปได้อีกไม่น้อย
เอาเถิด!!! หากพวกมันทำให้เขาปวดหัวขึ้นมาเมื่อใด รับรองได้ว่าเขาจะทำให้พวกมันอยู่ไม่สู้ตายแน่นอน!!!
"ฝ่าบาท องครักษ์หลัวขอเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ"
"ให้เข้ามาได้"
เจิ้งหยางเจี๋ยละสายตาจากรายชื่อตรงหน้า ก่อนจะเอ่ยตอบเสียงเรียบ ไม่นานนักหลัวเฉิงเยียนก็เข้ามา และทำความเคารพเขาอย่างนอบน้อม
"มีสิ่งใดหรือ?"
"ทูลฝ่าบาท แม่นางน้อยผู้นั้นเดินทางเข้ามาวังหลวงแล้วพ่ะย่ะค่ะ"
เจิ้งหยางเจี๋ยชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ใบหน้าเย็นชาจะเผยรอยยิ้มออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
ข้าคิดไว้แล้ว อย่างไรนางก็ต้องมาหาข้า!
หลัวเฉิงเยียนลอบมองสีหน้าของนายตนคราหนึ่ง ก่อนจะลอบครุ่นคิดในใจ
ฝ่าบาทหลงใหลสตรีนางนั้นเข้าเสียแล้ว
เจิ้งหยางเจี๋ยรู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาทันที หลัวเฉิงเยียนที่ได้เห็นเช่นนั้นจึงรีบเอ่ยกับเจิ้งหยางเจี๋ยอย่างนอบน้อม
"ทูลฝ่าบาท ก่อนหน้านี้กระหม่อมได้ยินองครักษ์สองนายที่ประจำการอยู่ด้านหน้าประตูวังหลวงบอกกับนางว่า วันนี้ฝ่าบาททรงอยากพักผ่อน จึงมิให้เปิดประตูวังหลวง ฝ่าบาท..."
"ปล่อยไปก่อน วันนี้ข้าอารมณ์ดียิ่ง ไม่อยากจะสั่งประหารผู้ใดทั้งสิ้น"
เจิ้งหยางเจี๋ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เย้ยหยัน คิดว่าเขาไม่รู้หรือ ขุนนางใหญ่เหล่านั้น สั่งให้ทหารรักษาประตูวังหลวง ห้ามเปิดประตูให้กับผู้มาสมัครคัดเลือกนางกำนัลและเหล่าทหารที่มาจากตระกูลยากจนเด็ดขาด
พวกชั่วช้าเหล่านั้น กลัวคนที่มาจากตระกูลต่ำกว่าตนได้ดีกว่าถึงเพียงนี้เชียวหรือ?
หึ!!! ครานี้ข้าจะปล่อยพวกเจ้าไปก่อน
เมื่อคิดได้เช่นนั้น เจิ้งหยางเจี๋ยจึงหันไปเอ่ยกับหลัวเฉิงเยียนทันที
"สั่งการขันทีใหญ่ ว่าให้ตรวจสอบความสามารถของนาง หากนางมีความสามารถด้านใด ก็ส่งนางไปทำงานด้านนั้น"
"แต่ว่าฝ่าบาท นี่มิเท่ากับให้โอกาสนางเกินไปหรือพ่ะย่ะค่ะ แล้วสตรีนางอื่นที่เข้ามารับคัดเลือกเล่า จะมิแคลงใจเอาได้หรือพ่ะย่ะค่ะ"
"หุบปาก!!! ข้าสั่งให้เจ้าไปทำสิ่งใดก็จงไปทำเสีย อย่าทำให้ข้าโมโห เรื่องแค่นี้เจ้ายังไม่มีปัญญาจัดการก็ไสหัวออกไป หึ!!! เรื่องที่เจ้านำตำราบุปผาสวรรค์ท่าพิสดารมาให้ข้าคราวก่อนนั้น ข้ายังไม่ได้ลงโทษเจ้าเลยด้วยซ้ำ นี่เจ้าอยากจะรับโทษเพิ่มอีกหรือ!!!"
"ฝ่าบาท กระหม่อมมิกล้า!!!"
"หึ!!! สั่งปลดทหารสองคนนั้นเสีย แล้วส่งคนของเราเข้าไปแทน!"
"พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท!!!"
เจิ้งหยางเจี๋ยโมโหแล้ว เขาไม่ชอบที่สุดคือคนที่พูดจาไม่รู้ฟัง และตัวเขาเองก็เป็นคนที่อารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ เช่นนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว
ใครจะทำไม!!!
แต่เมื่อนึกถึงใบหน้าสวยหวานของฟางเพ่ยเพ่ยขึ้นมา ความรู้สึกหวานล้ำสายหนึ่ง ก็แผ่ซ่านเข้ามาในจิตใจของเขา ทำให้เจิ้งหยางเจี๋ยยิ้มได้อีกครา
นางช่างเป็นสตรีที่งดงามชวนมองยิ่งนัก
เขาอยากจะกลืนนางลงท้องไปเสีย มิให้ผู้ใดได้พบเห็นนางเป็นอันขาด!!!
เมื่อคิดได้เช่นนั้นแล้ว เขาจึงสั่งให้หลัวเฉิงเยียนไปจัดการเรื่องฟางเพ่ยเพ่ยเสีย ยามนี้เขายังไม่อยากให้นางรู้ว่าเขาคือผู้ใด ไว้รอโอกาสเหมาะเมื่อใด ค่อยหาเวลาไปพบนางเสียหน่อยก็ยังไม่สาย
หลัวเฉิงเยียนทำตามคำสั่งของเจิ้งหยางเจี๋ยอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง เขาพาฟางเพ่ยเพ่ยไปพบขันทีใหญ่ และหัวหน้านางกำนัลทันที
หลิวหมัวมัวลอบมองฟางเพ่ยเพ่ยคราหนึ่ง ก่อนจะเก็บสายตาตนกลับคืน
ดูท่าวังหลังคงจะมีสตรีสูงศักดิ์เพิ่มอีกหนึ่งคนเป็นแน่!
หลิวหมัวมัว เป็นแม่นมของเจิ้งหยางเจี๋ย และเป็นนางกำนัลที่ติดตามเสิ่นไทเฮามาจากตระกูลเสิ่นอีกด้วย นางมีอำนาจในวังหลวงไม่น้อย อีกทั้งเจิ้งหยางเจี๋ยก็เคารพนางรองมาจากเสิ่นไทเฮาด้วยซ้ำ
การทดสอบความสามารถผ่านไปได้ด้วยดี ฟางเพ่ยเพ่ยนั้นมีความสามารถในการทำอาหารเป็นอย่างยิ่ง คุณสมบัตินี้ติดตัวนางมาตั้งแต่ภพชาติที่แล้ว
ฟางเพ่ยเพ่ยได้เข้ามาทำงานในตำแหน่งนางในของห้องเครื่อง นางรู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก และยังฝากหลัวเฉิงเยียนไปแจ้งกับขันทีหยางเจี๋ยด้วยว่า นางขอบพระคุณเขายิ่งนัก อย่างไรเสียจะต้องตอบแทนพระคุณของเขาที่ช่วยนางในครั้งนี้อย่างแน่นอน
เจิ้งหยางเจี๋ยที่ได้ยินจากหลัวเฉิงเยียนว่านางเอ่ยเช่นนี้กับเขา ก็รู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมาก
แม่นางคนงาม ข้ารับรองว่าจะให้เจ้าตอบแทนอย่างสาสมใจเป็นแน่แท้!
เจิ้งหยางเจี๋ยครุ่นคิดในใจ พลางปรายตามอง ตำราวังวสันต์ที่เขาเพิ่งได้มาใหม่จากหลัวเฉิงเยียนด้วยแววตาที่กรุ้มกริ่ม
ลิ้นพิฆาตบุปผา!!!
เจิ้งหยางเจี๋ยยกยิ้มเจ้าเล่ห์คราหนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ แลบลิ้นออกมา และลองกระดกมันอยู่หลายครา
ต้องฝึกฝนไว้เสียหน่อย ยามลงสนามจริงจะได้เชี่ยวชาญ
